ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ส่งผลต่อชีวิตมากกว่าที่คิด เริ่มจากการทดสอบความเสี่ยงง่าย ๆ ด้วยแบบสอบถามมาตรฐาน STOP-Bang ที่แพทย์ทั่วโลกใช้
ทดสอบความเสี่ยง →เมื่อทางเดินหายใจปิดซ้ำ ๆ ตอนนอน ออกซิเจนในเลือดลดลง หัวใจทำงานหนัก และร่างกายไม่ได้พักผ่อนเต็มที่ ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพร้ายแรง
เชื่อมโยงกับความดันสูง โรคหลอดเลือดแดงโคโรนารี และภาวะหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว (atrial fibrillation)
เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (cerebrovascular disease) และผลกระทบต่อความจำในระยะยาว
มักพบร่วมกับความดันโลหิตสูงที่คุมยาก และภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูง (pulmonary hypertension)
ความง่วงกลางวันผิดปกติเพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุ และส่งผลต่อสมาธิ อารมณ์ และคุณภาพชีวิต
รายการภาวะแทรกซ้อนข้างต้นอ้างอิงจาก แนวทางการพัฒนาการวินิจฉัยและรักษานอนกรนและโรคหยุดหายใจขณะหลับฯ พ.ศ. 2568 โดยสมาคมโรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ ร่วมกับราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์ฯ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม →
แบบสอบถามมาตรฐานที่ใช้ในโรงพยาบาลทั่วโลก ช่วยประเมินความน่าจะเป็นของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์
เสียงกรนดังกว่าการพูดคุยปกติ หรือดังจนได้ยินผ่านประตูที่ปิดอยู่
เช่น ง่วงหลังมื้ออาหาร หลับขณะดูทีวี หลับในที่ประชุม หรือต้องการงีบทุกวัน
เช่น คู่นอน คนในครอบครัว หรือเพื่อนเคยบอกหรือตื่นขึ้นมาดูคุณ (witnessed apnea)
รวมถึงผู้ที่ทานยาความดันอยู่หรือเคยถูกวินิจฉัยจากแพทย์
ค่า BMI มากกว่า 35 kg/m² ถือเป็นปัจจัยเสี่ยง (ระบบจะคำนวณให้อัตโนมัติ)
อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของ OSA
วัดที่กึ่งกลางลูกกระเดือก (40 ซม. ≈ 16 นิ้ว) หากไม่แน่ใจ ดูจากขนาดปกของเสื้อเชิ้ตว่าเกินเบอร์ 16 หรือไม่
เพศชายมีความเสี่ยง OSA สูงกว่าเพศหญิงทางสถิติ
แบบสอบถาม STOP-Bang เป็นเครื่องมือคัดกรอง ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ มีค่าความไว (sensitivity) สูงประมาณร้อยละ 88-93 แต่ค่าความจำเพาะ (specificity) อยู่ที่ประมาณร้อยละ 35-42 จึงควรใช้ร่วมกับการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และข้อมูลอื่น ๆ
ตามแนวทางของสมาคมโรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ ร่วมกับราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์ แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568 ผู้ที่ได้คะแนน ตั้งแต่ 3 ขึ้นไป จัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูงต่อ OSA และแนะนำให้พิจารณาตรวจ Sleep Study
อ้างอิง: แนวทางการพัฒนาการวินิจฉัยและรักษานอนกรนและโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นในประเทศไทย สำหรับผู้ใหญ่ พ.ศ. 2568 · STOP-Bang Questionnaire พัฒนาโดย Chung F. และคณะ (Anesthesiology, 2008) ฉบับภาษาไทยโดย Banhiran และคณะ